Back Home Next
   

 
  วิธีการกำหนดราคาศุลกากร
  การกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 ราคาซื้อขายของที่นำเข้า
  การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 2 ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน
  การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 3 ราคาซื้อขายของที่คล้ายกัน
  การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 4 ราคาหักทอน
  การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 5 ราคาคำนวณ
  การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 6 ราคาย้อนกลับ
  ข้อควรทราบในการสำแดงราคาศุลกากร
  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม










         คำว่า “ราคาศุลกากร” หรือ “ราคา” แห่งของอย่างใดนั้น ในกรณีของนำเข้า หมายถึง ราคาของสินค้านำเข้าเพื่อใช้เป็นฐานในการประเมินภาษีอากร ปัจจุบันประเทศไทยใช้ราคาศุลกากรที่เรียกว่า “ระบบราคาแกตต์ (GATT Valuation)” ขององค์การศุลกากรโลก (World Trade Organization: WTO) ในการกำหนดราคาสินค้าขาเข้าสำหรับการคำนาณค่าภาษีอากร ปกติการกำหนดราคาศุลกากรจะอยู่บนพื้นฐานของราคาซื้อขายของที่นำเข้าซึ่งเป็นราคาที่ผู้ซื้อจ่ายหรือพึงจ่ายจริงให้กับผู้ขายในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ราคาซื้อขายของที่นำเข้านั้น จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางประการ เช่น การซื้อขายผู้ซื้อกับผู้ขายต้องไม่มีความสัมพันธ์กัน หรือการซื้อขายนั้นต้องไม่มีเงื่อนไขอย่างอื่นอีก

1. วิธีการกำหนดราคาศุลกากร  

         การกำหนดราคาศุลกากรตามหลักการของแกตต์มี 6 วิธี ดังนี้

  วิธีที่ 1 ราคาซื้อขายของที่นำเข้า หมายถึงราคาซื้อขายที่ผู้ซื้อสินค้าได้ชำระจริงหรือที่จะต้องชำระให้กับผู้ขายในต่างประเทศสำหรับของที่นำ เข้า ซึ่งได้มีการปรับราคาหรือได้นำมูลค่าหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไปรวมด้วย เช่น ค่าวัสดุเสริม ค่านายหน้า หรือค่าสิทธิ เป็นต้น

วิธีที่ 2 ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน หมายถึงราคาซื้อขายของที่เหมือนกันทุกอย่าง เช่น ลักษณะทางกายภาพ คุณภาพและชื่อเสียง ซึ่งผลิตในประเทศเดียวกันและเป็นผู้ผลิตเดียวกันกับของที่กำลังประเมินราคา

วิธีที่ 3 ราคาซื้อขายของที่คล้ายกัน หมายถึงราคาซื้อขายของที่คล้ายกันกับของที่กำลังประเมินราคา เช่น วัสดุ ส่วนประกอบ และลักษณะ ทางกายภาพต่าง ๆ สามารถทำหน้าที่ได้เหมือนกันและแลกเปลี่ยนระหว่างกันในทางการค้าได้กับของที่กำลังประเมินราคา นอกจากนี้ยัง ต้องผลิตในประเทศเดียวกันและเป็นผู้ผลิตเดียวกันกับของที่กำลังประเมินราคา

วิธีที่ 4 ราคาหักทอน หมายถึงราคาที่กำหนดขึ้นโดยใช้ราคาสินค้าที่กำลังประเมิน หรือสินค้าที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันที่จำหน่ายอยู่ใน ประเทศไทย โดยหักทอนค่าใช้จ่ายบางส่วนออกไป เช่น ค่านายหน้า ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าภาษีอากรในประเทศไทย มูลค่าเพิ่มของสินค้าที่เกิดขึ้นจากการประกอบหรือผ่านกระบวนการเพิ่มเติม

วิธีที่ 5 ราคาคำนวณ หมายถึงราคาที่กำหนดขึ้นตามต้นทุนการผลิตของสินค้าที่กำลังประเมินราคาบวกกับกำไรและค่าใช้จ่ายทั่วไปที่รวมอยู่
ตามปกติในการขายจากประเทศส่งออกมายังประเทศไทย

วิธีที่ 6 ราคาย้อนกลับ หมายถึง การกำหนดราคาโดยใช้วิธียืดหยุ่นของวิธีใด ๆ ก็ตามจากวิธีที่ 1-5 เพื่อให้สามารถกำหนดราคาสินค้าได้

          การกำหนดราคาศุลกากรจะกำหนดตามวิธีที่ 1 วิธีที่ 2 และวิธีที่ 3 ตามลำดับ หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีดังกล่าวได้ ให้กำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 4 หรือเมื่อยังไม่อาจกำหนดตามวิธีที่ 4 ได้อีก จะกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 5 และวิธีที่ 6 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้าสามารถขอให้กรมศุลกากรสลับลำดับการใช้วิธีที่ 5 และวิธีที่ 4 ได้หากหน่วยงานประเมินอากรเห็นชอบตามคำร้องของผู้นำเข้า

2. การกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 ราคาซื้อขายของที่นำเข้า

            การกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 ราคาซื้อขายของที่นำเข้าจะต้องเป็นราคาที่ได้ชำระจริงหรือที่จะต้องชำระสำหรับของที่นำเข้าเมื่อได้มีการขายเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักร โดยต้องมีการปรับราคาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
 

2.1 ค่าใช้จ่ายหรือรายได้ที่ต้องนำมาบวกเข้าไปกับราคาซื้อขายของที่นำเข้าในการกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1
 
(1) ค่าสิทธิและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับของที่นำเข้าไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อมอันเป็นเงื่อนไขในการขายของนั้น

(2) รายได้ซึ่งผู้ขายได้รับจากการที่ผู้ซื้อนำของที่นำเข้าไปใช้ หรือขายต่อไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

(3) ค่าประกันภัยค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้นและค่าจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่ง ของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า

(4) ในกรณีผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายหรือมูลค่าตามรายการดังต่อไปนี้ให้นำค่าใช้จ่ายหรือมูลค่านั้นรวมไว้ในราคาซื้อขายของที่นำเข้าด้วย

           ค่าธรรมเนียมหรือค่าบำเหน็จตัวแทนและนายหน้า แต่ไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือ ค่าบำเหน็จตัวแทนเนื่องจากการซื้อ
           ค่าภาชนะบรรจุที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของของที่นำเข้าตามความมุ่งหมายในการจัดเก็บอากร
           ค่าวัสดุและค่าแรงงานในการบรรจุหีบห่อของที่นำเข้า

(5) ในกรณีที่ผู้ซื้อเป็นผู้จัดหาวัสดุ อุปกรณ์หรือบริการดังต่อไปนี้ เพื่อใช้ในการผลิตและการขายเพื่อส่งออกของที่นำเข้า ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้นำมูลค่าของวัสดุ อุปกรณ์หรือบริการดังกล่าวมารวมไว้ในราคาซื้อขายของที่นำเข้าด้วย

           วัสดุ ส่วนประกอบ ชิ้นส่วนหรือสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกัน ที่รวมอยู่ในของที่นำเข้า
           เครื่องมือ แม่พิมพ์ แบบพิมพ์ หรือสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกัน ที่ใช้ในการผลิตของที่นำเข้า
           วัสดุที่ใช้สิ้นเปลืองไปในการผลิตของที่นำเข้า
           การให้บริการด้านวิศวกรรม พัฒนาการ งานศิลป์ การออกแบบ แบบแปลน และภาพร่าง ที่กระทำขึ้นนอกราชอาณาจักรและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผลิตของที่นำเข้า

2.2 ค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาหักออกจากราคาซื้อขายของที่นำเข้าในการกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1
 
(1) ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ติดตั้ง ประกอบ บำรุงรักษา หรือการให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการที่กระทำขึ้นภายหลังจากการนำเข้าของนั้น
(2) ค่าขนส่งภายหลังจากการนำเข้าสำเร็จแล้ว
(3) ค่าอากรและภาษีเนื่องจากการนำเข้า

        ค่าใช้จ่าย รายได้ หรือมูลค่าของวัสดุ อุปกรณ์หรือบริการ ที่จะรวมเข้าไว้ในราคาซื้อขายของที่นำเข้า และค่าใช้จ่ายที่จะนำมาหักออกจากราคาซื้อขายของที่นำเข้า จะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริงและคำนวณเป็นมูลค่าได้เท่านั้น

2.3 ราคาซื้อขายของที่จะนำเข้าที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
 
(1) ผู้ซื้อจะต้องไม่ถูกจำกัดในการจำหน่ายหรือการใช้ของนั้น เว้นแต่จะเป็นข้อจำกัดที่

           กำหนดขึ้นโดยบทบัญญัติของกฎหมายหรือโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ห้ามขายของแก่ผู้เยาว์ ให้ตรวจสอบหรือทดสอบก่อนใช้ของ หรือให้มีสลากหีบห่อตามที่กำหนดไว้ เป็นต้น 

           เป็นการห้ามของที่นำเข้านั้นไปขายต่อในสถานที่หรือพื้นที่บางแห่งเช่นผู้ขายกำหนดให้ผู้ซื้อขายของนั้นเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น เป็นต้น

           ไม่มีผลกระทบอย่างมากต่อราคาของของที่นำเข้า เช่น กรณีผู้ขายกำหนดห้ามผู้ซื้อแสดง หรือ ขายรถยนต์ก่อนวันเริ่มต้นรุ่นปีของรถยนต์นั้น

           การขายหรือราคาขายต้องไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหรือสิ่งตอบแทนบางประการที่มิอาจกำหนดเป็นมูลค่าได้เช่นผู้ซื้อจะต้องซื้อของอย่างอื่นจากผู้ขายตามจำนวนที่ระบุไว้ด้วยผู้ซื้อจะต้องขายของอย่างอื่นให้กับผู้ขายด้วย หรือ ผู้ซื้อจะต้องส่งของสำเร็จรูปให้กับผู้ขายวัตถุดิบหรือวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปที่ใช้ในการผลิตด้วย เป็นต้น

(2) ผู้ขายต้องไม่ได้รับรายได้จากการที่ผู้ซื้อนำของที่นำเข้าไปใช้หรือขายต่อในภายหลัง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่จะเป็นกรณีที่อาจนำมารวมไว้ในราคาได้ตามข้อ 2.1

(3) ผู้ซื้อต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขาย เว้นแต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะไม่มีผลต่อราคาซื้อขายของที่นำเข้า

อย่างไรก็ตาม ของนำเข้าดังตัวอย่างต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นการขาย และไม่สามารถกำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีที่ 1

           ของขวัญ ของตัวอย่าง ของส่งเสริมการขายที่ให้มาโดยไม่คิดราคา
           ของฝากขาย
           ของที่นำเข้ามาโดยสำนักงานสาขาที่เป็นนิติบุคคลเดียวกัน
           ของที่นำเข้ามาภายใต้สัญญาให้เช่า ให้ยืม
           ของนำเข้าเพื่อทำลาย โดยผู้นำของเข้าได้รับค่าบริการ
           ของที่นำเข้ามาโดยคนกลาง

3.
การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 2 ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน

           กรมศุลกากรจะกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 2 คือราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 ได้ ทั้งนี้ ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรจะเป็นราคาซื้อขายของที่มีลักษณะเหมือนกันทุกด้านกับของที่นำเข้าไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพคุณภาพและชื่อเสียงและต้องผลิตขึ้นในประเทศเดียวกันกับของที่นำเข้าด้วยโดยให้คำนึงถึงค่าประกันภัยค่าขนส่งของ มายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และค่าจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของมายังท่าหรือที่ที่นำของเข้าด้วย ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
 
3.1 เป็นราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่ได้ขายเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักรและได้ส่งออกในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับของที่นำเข้าคำว่า“ส่งออกในเวลาเดียวกันหรือในเวลาใกล้เคียงกัน” หมายถึง การส่งออกภายในระยะเวลา 30 วัน ก่อนหรือหลังการส่งออกของของที่นำเข้า และในการตรวจสอบวันส่งออก ให้ใช้วันที่ที่ออกใบตราส่งสินค้าเป็นเกณฑ์

3.2 เป็นราคาซื้อขายของที่นำเข้าที่เคยรับเป็นราคาศุลกากรมาแล้ว

3.3 เป็นราคาซื้อขายในระดับการค้าและปริมาณเดียวกันกับของที่นำเข้า

        (1) การขายในระดับการค้าเดียวกัน หมายถึง การค้าส่ง การค้าปลีก ฯลฯ หากของที่นำเข้าเป็นการขายส่ง ของที่เหมือนกันจะต้องเป็นการขายส่งเช่นเดียวกัน หากของที่นำเข้าเป็นการขายปลีก ของที่เหมือนกันก็จะต้องเป็นการขายปลีกเช่นเดียวกัน

        (2) การขายในระดับปริมาณเดียวกัน หมายถึง การขายในปริมาณที่ใกล้เคียงกันตามปกติวิสัยของการซื้อขายสินค้าในกลุ่มหรือชนิดเดียวกัน

3.4 ไม่เป็นราคาซื้อขายของที่รวมหรือประกอบด้วยมูลค่าการให้บริการด้านวิศวกรรม พัฒนาการ งานศิลป์ งานออกแบบ แบบแปลนและภาพร่าง ที่ได้กระทำขึ้นในราชอาณาจักร

3.5 ในกรณีที่ไม่มีราคาซื้อขายของที่เหมือนกันตาม 3.3 ให้นำราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่ได้ขายในระดับการค้าเดียวกับของที่นำเข้าแต่ปริมาณต่างกัน หรือปริมาณเดียวกับของที่นำเข้าแต่ระดับการค้าต่างกัน หรือระดับการค้าและปริมาณแตกต่างกับของที่นำเข้า ซึ่งได้เคยรับเป็นราคาศุลกากรมาแล้ว มาปรับราคา โดยคำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องระดับการค้าหรือปริมาณ ค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนขนขึ้น และค่าจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของมายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ทั้งนี้ โดยอาศัยพื้นฐานจากหลักฐานที่ผู้นำของเข้านำมาแสดง เช่น

                 ของที่นำเข้าส่งออกจากประเทศสิงคโปร์ ของที่เหมือนกันส่งออก จากประเทศสหรัฐอเมริกา จะต้องปรับราคาสำหรับความแตกต่างด้านระยะทาง
                 ของที่นำเข้าส่งออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาด้านตะวันตก ของที่เหมือนกันส่งออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาด้านตะวันออก จะต้องปรับราคาสำหรับความแตกต่างด้านระยะทาง
                 ของที่นำเข้าส่งออกจากประเทศญี่ปุ่นโดยทางอากาศยาน ของที่เหมือนกันส่งออกจากประเทศญี่ปุ่นโดยทางเรือ จะต้องปรับราคาสำหรับวิธีขนส่งที่แตกต่างกัน

3.6 ถ้าราคาซื้อขายของที่เหมือนกันมีมากกว่าหนึ่งราคา ให้ใช้ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่มีราคาต่ำสุด ซึ่งผลิตโดยผู้ผลิตรายเดียวกัน และเวลาที่ส่งออก ระดับการค้า ปริมาณ เงื่อนไขในการชำระเงินและการส่งมอบ วิธีการขนส่ง และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายใกล้เคียงกับของที่นำเข้าตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

4.
การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 3 ราคาซื้อขายของที่คล้ายกัน

           หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 ให้กำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีที่ 3 คือ ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันทั้งนี้ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรจะต้องเป็นราคาซื้อขายของที่ไม่เหมือนกันทุกด้านกับของที่นำเข้า แต่มีลักษณะหรือใช้วัสดุที่เป็นส่วนประกอบเหมือนกัน ผลิตในประเทศเดียวกัน และทำหน้าที่อย่างเดียวกันหรือทดแทนกันได้ในทางการค้า ทั้งนี้ โดยพิจารณาถึงคุณภาพ ชื่อเสียง และเครื่องหมายการค้าของของที่นำเข้ากับของนั้นด้วย โดยใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันมาใช้กับการใช้ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันเพื่อกำหนดราคาศุลกากร ดังนี้
 
4.1 กรมศุลกากรจะพิจารณากำหนดราคาจากราคาซื้อขายของที่คล้ายกันที่เคยรับราคาไว้เป็นราคาศุลกากรแล้วตามวิธีที่ 1 โดยที่ข้อมูลราคาซื้อขายของที่คล้ายกันนั้นอาจเป็นข้อมูลที่ศุลกากรมีอยู่แล้ว หรือเป็นข้อมูลที่ได้จากผู้นำของเข้า

4.2 ตรวจสอบว่าราคาซื้อขายของที่คล้ายกันตามข้อ 4.1 ได้ส่งออกมายังราชอาณาจักรในเวลาเดียวกันหรือภายในระยะเวลา 30 วันก่อนหรือหลังการส่งออกมายังราชอาณาจักรของของที่นำเข้า และเป็นการขายในระดับการค้าและระดับปริมาณเดียวกันกับของที่นำเข้าหรือไม่

        (1) กรณีที่เป็นการขายในระดับการค้า และระดับปริมาณเดียวกันกับของที่นำเข้า ให้ใช้ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันนั้นเป็นราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้า

        (2) กรณีที่เป็นการขายในระดับการค้าและ/หรือระดับปริมาณแตกต่างกันmให้ปรับราคาก่อนแล้วจึงนำมากำหนดเป็นราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้า ตามแต่กรณีดังต่อไปนี้
                 การขายในระดับการค้าเดียวกันแต่ในปริมาณต่างกัน ให้ปรับราคาเฉพาะด้านปริมาณ
                 การขายในระดับการค้าต่างกันแต่ในปริมาณเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ให้ปรับราคาเฉพาะด้านระดับการค้า
                 การขายในระดับการค้าต่างกันและในปริมาณที่ต่างกัน ให้ปรับราคาทั้งด้าน ระดับ การค้าและระดับปริมาณ

4.3 การใช้ราคาตามข้อ 4.2 จะต้องปรับราคาในส่วนที่เกี่ยวกับค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และค่าจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของมายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า

4.4 ในกรณีที่พบว่ามีราคาซื้อขายของที่คล้ายกันมากกว่า 1 ราคา ให้กำหนดราคาศุลกากรจากราคาซื้อขายของที่คล้ายกันที่มีรายละเอียดของธุรกรรมที่ใกล้เคียงกันกับของที่นำเข้า เช่น ผู้ผลิต เวลาที่ส่งออก ระดับการค้า ปริมาณ เงื่อนไขในการชำระเงิน เงื่อนไขการส่งมอบ วิธีการขนส่ง และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมซื้อขาย หากพบว่ามีราคาซื้อขายของที่คล้ายกันที่มีรายละเอียดธุรกรรมเป็นอย่างเดียวกันมากกว่า 1 ราคา ให้นำราคาที่ต่ำที่สุดมากำหนดเป็นราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้า

5.
การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 4 ราคาหักทอน

           หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 วิธีที่ 2 และวิธีที่ 3 กรมศุลกากรจะกำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีที่ 4 ราคาหักทอน เว้นแต่ผู้นำเข้าจะยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรให้กำหนดราคาศุลกากรโดยใช้ราคาคำนวณก่อนราคาหักทอนและพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นชอบกับคำร้องดังกล่าวแล้ว หลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาศุลกากรโดยใช้ราคาหักทอน มีดังนี้

  5.1 ค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาหักออจากกับราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าที่ได้ขายไปในราชอาณาจักรในสภาพเดียวกับที่นำเข้า

        (1) ค่าธรรมเนียมหรือค่าบำเหน็จตัวแทนที่ได้จ่ายหรือตกลงว่าจะจ่าย หรือกำไรและค่าใช้จ่ายทั่วไปตามปกติที่เกี่ยวเนื่องกับการขายของนั้นในราชอาณาจักรอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเทียบเคียงกับของประเภทหรือชนิดเดียวกัน

        (2) ค่าประกัน ภัยค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งของนั้นที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักร

        (3) ค่าอากรและภาษีอื่น ๆ ที่ต้องชำระในราชอาณาจักร เนื่องจากการนำเข้าหรือการขายของนั้น

5.2 ในกรณีที่ไม่มีราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าตามข้อ 5.1 ให้ใช้ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกัน ตามลำดับ ที่ได้ขายไปในราชอาณาจักรในสภาพเดียวกับที่นำเข้าโดยหักค่าใช้จ่ายตาม (1) (2) และ (3) ใน 5.1 ออกจากราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันแล้วแต่กรณี

5.3 ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าตาม 5.1 หรือของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันตาม 5.2 จะต้องเป็นราคาที่ได้ขายไปในปริมาณรวมที่มากที่สุดในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับการนำเข้าของที่นำเข้า ในกรณีที่ไม่มีราคาที่ได้ขายในเวลาดังกล่าว ให้ใช้ราคาที่ได้ขายไปในปริมาณรวมที่มากที่สุดในวันแรกที่ได้มีการขายของที่นำเข้า ของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันดังกล่าว ซึ่งต้องไม่เกิน 90 วันหลังจากการนำเข้าของนั้น

5.4 การใช้ราคาหักทอนตามข้อ 5.3 ผู้ซื้อต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขายในราชอาณาจักร และไม่เป็นผู้จัดหาวัสดุ อุปกรณ์หรือบริการให้แก่ผู้ขายเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักร

5.5 ในกรณีที่ไม่มีการขายของที่นำเข้า ของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันตามข้อ 5.1 ผู้นำเข้าสามารถขอให้ใช้ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าที่ได้นำไปผ่านกรรมวิธี เพิ่มเติม โดยให้หักทอนมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการนำไปผ่านกรรมวิธีเพิ่มเติมดังกล่าว และค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามข้อ 5.1 ออกจากราคาซื้อขายของของนั้น ทั้งนี้ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าตามข้อนี้จะต้องเป็นราคาที่ได้จากการขายของนั้นไปในปริมาณรวมมากที่สุด โดยผู้ซื้อต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขาย

 6.
การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 5 ราคาคำนวณ

           หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 วิธีที่ 2 วิธีที่ 3 และวิธีที่ 4 ให้กำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีที่ 5 ราคาคำนวณ โดยมีหลักเกณฑ์การกำหนดราคา คือ ราคาคำนวณที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรจะต้องประกอบด้วยผลรวมของรายการดังต่อไปนี้
 
  6.1 ต้นทุนหรือมูลค่าของวัสดุและการจัดทำหรือกรรมวิธีใดๆ ที่ใช้ในการผลิตของที่นำเข้า ซึ่งหมายความรวมถึง ต้นทุนวัตถุดิบ วัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป ส่วนประกอบ หรือชิ้นส่วน รวมทั้งต้นทุนในการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผู้ผลิตมายังโรงงานอุตสาหกรรมแต่ไม่รวมถึงเศษหรือของเสียที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก (RECOVERABLE SCRAP OR WASTE) และไม่รวมค่าภาษีอากรภายในประเทศผู้ผลิตสำหรับวัตถุดิบที่มีการคืนค่าภาษีอากรเพื่อการส่งออก ทั้งนี้ ต้นทุนในการจัดทำให้รวมถึง ต้นทุนทางตรง ได้แก่ ค่าแรงงาน ต้นทุนในการประกอบ เครื่องจักรในการผลิต และต้นทุนทางอ้อม ได้แก่ ที่ปรึกษาโรงงาน การบำรุงรักษา ค่าล่วงเวลา ฯลฯ

6.2 กำไรและค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เกิดขึ้นจากการขายของประเภทหรือชนิดเดียวกันกับของที่นำเข้า โดยผู้ผลิตรายอื่นๆ เพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักร

6.3 ค่าภาชนะบรรจุที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของของที่นำเข้า

6.4 ค่าวัสดุและค่าแรงงานในการบรรจุหีบห่อของที่นำเข้า

6.5 มูลค่าของวัสดุและอุปกรณ์ตามที่กำหนดในข้อ 2.1 (5)

6.6 ค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และค่าจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า

6.7 มูลค่าของการให้บริการด้านวิศวกรรม พัฒนาการ งานศิลป์ การออกแบบ แบบแปลนและภาพร่าง ที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตของที่นำเข้า ที่ได้กระทำขึ้นในราชอาณาจักรโดยคิดมูลค่าของการให้บริการดังกล่าวจากผู้ผลิต (ถ้ามี)

 7.
การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 6 ราคาย้อนกลับ

        หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 วิธีที่ 2 วิธีที่ 3 วิธีที่ 4 และวิธีที่ 5 ให้กำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีที่ 6 ราคาย้อนกลับ โดมีหลักเกณฑ์ในการกำหนดราคา ดังนี้

  7.1 กรมศุลกากรจะพิจารณาราคาจากราคาศุลกากรที่เคยรับไว้แล้วก่อนหน้านี้

7.2 กำหนดราคาของนำเข้าโดยใช้วิธีที่ 1 ถึงวิธีที่ 5 อย่างผ่อนปรนและสมเหตุสมผล

7.3 กรณีที่ไม่สามารถกำหนดราคาศุลกากรตามข้อ 7.2 ราคาศุลกากรอาจกำหนดโดยวิธีอื่นที่สมเหตุสมผล โดยที่วิธีการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นข้อห้ามของวิธีย้อนกลับและจะต้องสอดคล้องกับหลักการที่บัญญัติไว้ในความตกลงว่าด้วยการนำมาตรา 7 ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า 1994 มาถือปฏิบัติ และมาตรา 7 ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า 1994

7.4 การกำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีย้อนกลับยังสามารถผ่อนปรนหลักเกณฑ์ได้อีก ดังเช่น
        (1) ขยายเวลาตามที่กำหนดในแต่ละวิธีออกไปครั้งละ 30 วัน แต่รวมแล้วไม่เกิน 1 ปี
        (2) ของที่เหมือนกัน ของที่คล้ายกัน ที่ผลิตจากประเทศอื่น
        (3) ราคาขายปลีกนำมาใช้เป็นฐานในวิธีหักทอน โดยการหักค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม
        (4) ข้อมูลต้นทุน มูลค่าวัสดุ และการจัดทำที่หาได้จากประเทศอื่นที่มิใช่ประเทศส่งออก นำมาใช้เป็นฐานในวิธีคำนวณ
        (5) โครงสร้างของราคาซึ่งประกอบด้วย วัตถุดิบ หรือส่วนประกอบรวมกำไรและค่าใช้จ่าย
        (6) มูลค่าที่เท่าเทียมกับมูลค่าอันแท้จริงของของที่นำเข้าที่มีอยู่ หรือสามารถสืบค้นได้
        (7) ราคาที่กำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ หรือคณะกรรมการ

7.5 การกำหนดราคาศุลกากร กรมศุลกากรจะไม่กำหนดจาก
        (1) ราคาขายของของที่ผลิตและขายในราชอาณาจักร
        (2) ระบบราคาที่กำหนดให้รับราคาสูงกว่าจากสองราคาที่ให้เลือก
        (3) ราคาของของที่ขายในตลาดภายในประเทศที่ส่งออกของที่จะกำหนดราคาศุลกากร
        (4) ต้นทุนของการผลิตนอกเหนือจากรายการที่ใช้ในการคำนวณราคาคำนวณ ตามวิธีที่ 5 สำหรับของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกัน
        (5) ราคาของของที่นำเข้าที่ได้ขาย เพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นที่มิใช่ราชอาณาจักร
        (6) ราคาศุลกากรขั้นต่ำ หรือ
        (7) ราคาที่กำหนดขึ้นตามอำเภอใจหรือที่ไม่เป็นจริง
 8. ข้อควรทราบในการสำแดงราคาศุลกากร

         ผู้นำเข้าควรตรวจสอบว่า ราคาสินค้านำเข้าที่ท่านสำแดงต่อศุลกากรเป็นไปที่กำหนดไว้ในระบบราคาแกตต์หรือไม่ โดยตอบคำถามแนวทางการประเมินราคาแกตต์สำหรับผู้นำเข้า (การตรวจสอบว่าราคาสินค้าว่าเป็นไปตามราคาแกตต์หรือไม่) ดังต่อไปนี้

คำถามทั่วไป: ท่านทราบหรือท่านมีวิธีการที่น่าเชื่อถือเพียงใดในการสำแดง “ราคาที่ชำระจริงหรือที่พึงต้องชำระ” ของสินค้า หรือท่านทราบเงื่อนไขการขายสินค้าหรือไม่ เช่น ในการขายนั้น ๆ มีส่วนลดการขาย พันธะการขาย ค่าใช้จ่ายทางอ้อม หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ หรือไม่ ในการขายนั้น ๆ มีการชำระค่าวัสดุเสริม ค่านายหน้าหรือค่าสิทธิหรือไม่ หรือราคาสินค้าเป็นราคาที่ถูกต้องเป็นจริงหรือเป็นราคาโดยประมาณ หรือท่านและผู้จัดหาสินค้ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่
  8.1 ท่านได้เตรียมหรือมีวิธีการที่น่าเชื่อถือเพียงใดในการสำแดงราคาสินค้าต่อศุลกากรตามกฎกระทรวงฉบับที่ 132 พ.ศ. 2543 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2543

8.2 ท่านได้รับ “คำวินิจฉัย” ศุลกากรเกี่ยวกับการประเมินราคาสินค้าหรือไม่ หากได้รับ ท่านมีวิธีการที่น่าเชื่อถือเพียงใดที่ทำให้แน่ใจว่าท่านได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยนั้นและแจ้งให้ศุลกากรทราบ

8.3 ท่านได้ศึกษากฎหมายและระเบียบการประเมินราคาศุลกากร สารานุกรมการประเมินราคาศุลกากร (Customs Valuation Encyclopedia) สิ่งพิมพ์ศุลกากรที่แจ้งข้อควรปฏิบัติในการประเมินราคา คดีในศาล และคำวินิจฉัยศุลกากรต่าง ๆ เพื่อช่วยท่านในการประเมินราคาสินค้าหรือไม่

8.4 ท่านได้หารือกับ “ผู้เชี่ยวชาญ” ศุลกากร (เช่น ทนายความ เจ้าหน้าที่บัญชี ผู้ชำนาญการศุลกากร ที่ปรึกษาศุลกากร) เพื่อช่วยท่านในการประเมินราคาสินค้าหรือไม่

8.5 หากท่านซื้อสินค้าจากผู้ขายที่มีความสัมพันธ์กัน ท่านมีวิธีการที่จะทำให้มั่นใจได้หรือไม่ว่า ท่านได้รายงานข้อเท็จจริงนี้ในการนำเข้า พร้อมทั้งหามาตรการหรือวิธีการที่น่าเชื่อถือที่จะทำให้มั่นใจว่าราคาที่ได้สำแดงต่อศุลกากรเป็นไปตามข้อทดสอบ “ผู้มีความสัมพันธ์กัน”

8.6 ท่านมีมาตรการหรือวิธีการที่น่าเชื่อถือเพียงใดที่จะทำให้มั่นใจว่า ท่านได้รายงานต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสินค้านำเข้าตามกฎหมายทั้งหมดต่อศุลกากร (เช่น ค่าวัสดุเสริม ค่านายหน้าทั้งหมด ค่าใช้จ่ายทางอ้มหรือส่วนลด ค่าสิทธิ ฯลฯ)

8.7 หากท่านสำแดงราคาที่ซื้อขายจริง (Transaction Value) ซึ่งท่านไม่ใช่ผู้ซื้อ ท่านได้แสดงหลักฐานว่าการซื้อขายนั้นเป็นการซื้อขายโดยสุจริตและสินค้านั้นมีปลายทางการขายอยู่ที่ประเทศไทยหรือไม่

8.8 ท่านมีแผนการหรือวิธีการที่น่าเชื่อถือในการแสดงเอกสารการนำเข้าและข้อมูลสนับสนุนอื่น ๆ ที่ศุลกากรต้องการหรือไม่

 9. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

         กรณีผู้นำเข้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการกำหนดราคาศุลกากรตามระบบราคาแกตต์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้าทุกแห่ง
Untitled Document
แนะนำกรม |  พิธีการศุลกากร |  กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิด |   สอบถามปัญหา |  แผนผังเว็บไซต์
 |  การชำระภาษี |  สิทธิประโยชน์ |  ความผิดทางศุลกากร |  ของต้องห้ามต้องกำกัด |  ระบบราคาแกตต์ |  FAQ
สถิติการนำเข้า-ส่งออก |  อัตราแลกเปลี่ยน |  อัตราภาษีศุลกากร |  กฎหมายศุลกากร |  ประกาศกรม/กระทรวง |  ชื่อเรือ-วันเรือเข้า |  Download |  Link